PART 2/10 กล้ามจริง การสไลด์ของเส้นใย ACTIN/MYOSIN
- เจ้าของไงจะใครล่ะ
- 10 มี.ค.
- ยาว 2 นาที
ทีนี้ Myofribrilar Hypertrophy คืออะไร ?
มันคือการเจริญเติบโตของเส้นใยกล้ามเนื้อครับ แล้วเส้นใยกล้ามเนื้อคืออะไร ?
จริงๆ แล้วมันคือ เส้นใย ACTIN/MYOSIN ที่ขยับได้ หรือเรียกว่า "โปรตีนที่ขยับได้"


กล้ามเนื้อทั้งร่างกาย ทำได้หน้าที่เดียวคือ "หด" เมื่อ "หด" เส้นใย มันจะมาซ้อนกัน
สิ่งที่อยู่ระหว่างเส้นใย คือ "ไกลโคเจน" การหดแต่ละครั้ง จะใช้ ATP ซึ่งจะหายไปเมื่อเกิดการหด แต่ทันทีที่หายไป ร่างกายก็จะดึง "น้ำตาลในเลือด" มา "สังเคราะห์ไกลโคเจนใหม่" เพื่อรองรับการ หด ครั้งต่อไป ดังนั้นเนี่ย
พลังในการยกเวท ไม่ได้เกิดจากแป้งที่โหลดหรือกินระหว่างวัน แต่เกิดจากความ "ไม่ขาด ไม่ตก และ เพียงพอ" ของระดับน้ำตาลในเลือด
เมื่อเราจงใจยกเวท หนักขึ้น จะเกิดการเสียหายของเส้นใย ACTIN พูดง่ายๆ กล้ามเนื้อฉีกแบบเล็กๆ มันจะทำให้เกิด "ความจำเป็น" ในการซ่อม เพราะร่างกายรับรู้ว่า เดี๊ยวมันจะต้องรับแรงมากขึ้น ซึ่งภาษากีฬาจะเรียกว่า "Progressive Overload" คือเพื่อรับน้ำหนักหรือความเข้มข้นที่มากขึ้น
เส้นใย ประกอบด้วยเซลล์กล้ามเนื้อ แต่ละเซลล์ จะมีของเหลวที่เหมือนเจล อยู่บริเวณรอบนอก ของเหลวนี้ สามารถถูกทำให้ขยายได้ ตามสภาวะที่เราจำลองขึ้นมา โดยการใช้ยาบางตัว แต่ด้วยความที่มันเป็นเพียงส่วนรอบนอก ไม่ใช่เส้นใยจริง ทำให้เกิดการสร้างภาพลวงได้มาก เช่น ทำน้ำหนักขึ้นหรือลงทีละ 20 กิโล ก็ย่อมทำได้
กล่าวได้ว่า การที่ใช้ฮอร์โมน แล้วน้ำหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว คือการที่แต่ละเซลล์ถูกขยายในส่วนของเจลรอบนอก เครื่องวัดจึงวัดได้ว่า น้ำหนักกล้ามมากขึ้น ทั่งที่จริงๆ แล้ว ปริมาณและความแข็งแรงของเส้นใยจริงยังเท่าเดิม ผลจึงบอกว่า ถ้าสแตคดีแล้ว ให้ใช้ต่อไป ไม่ต้องรีบ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ
ยกเวท กล้ามเกิดการฉีกขาด
ร่างกายรับรู้ว่าฉีกขาด เกิดการอักเสบ และกระตุ้น mTorC1 ซึ่งเป็นตัวการหลัก ที่จะกระตุ้น การสร้างโปรตีนใหม่ (Protein Synthesis) << จะดึงจากกรด AMINO ACID ที่ได้จากการย่อยโปรตีน ที่ร่างกายสำรองไว้ ซึ่งถ้าเพียงพอ ก็จะสร้างเส้นใย ACTIN ใหม่ ได้สมบูรณ์ แต่ถ้าไม่เพียงพอ ก็อาจจะไม่สมบูรณ์
ตัวกระตุ้น mTorC1 ที่แรงที่สุดคือ แรงต้าน กับ โปรตีน โดยเฉพาะ LEUCINE ที่เชื่อกันว่าการโหลดคาร์บและอินซูลิน ไม่เป็นจริง ถึงแม้พลังงานในเซลล์นั้นจะเต็มแล้วกระตุ้นก็ตาม เพราะพลังงานคือ ATP แล้วมันมาจากการใช้ Acetyl CoA ซึ่งจะมาจากแป้ง หรือ ไขมัน ก็ได้ทั้งนั้น
การใช้ ฮอร์โมน ที่เราวางระบบมาดี จะส่งผลทั้งในแง่จิตใจ ร่างกาย การสังเคราะห์โปรตีน การใช้สารอาหาร ให้สามารถ ซ้อมได้หนักขึ้น ซ่อม ACTIN ได้เร็วขึ้น ทำให้พัฒนาเร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ SARCOPLASMIC ซึ่งไม่ใช่ส่วนของเส้นใย
กล่าวคือ ยิ่งการฟื้นฟู เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเดินหน้าเร็วเท่านั้น แล้วยาบางตัว ก็มีผลต่อการสร้างกล้ามโดยตรง เช่น TRENBOLONE ซึ่งเป็นยาที่สร้างเนื้อแดงโดยเฉพาะ ต้นแบบคือใช้กับวัว
PEPTIDE ตัวที่ เสก ACTIN ได้แบบตรงๆ โดยไม่พึ่งกลไกอื่นเลย ก็คือ TB500 ซึ่งจะไปจัดการเรื่องการสร้างและจัดเรียง ACTIN ตรงๆ ได้เลย แบบขี้โกงๆ คนที่ใช้ก็จะรู้ว่ามันฟื้นตัวไวมาก ก็คือมันซ่อมไว


ในร่างกายคนปกติ TB500 คือตัวสังเคราะห์ของ THYMOSIN BETA 4 ซึ่งมันเป็นโปรตีนตัวนึงที่ร่างกายผลิต จากการเรียงใหม่ของโปรตีนอาหารที่กินลงไปนั่นแหละ แต่การฉีดลงไปเพียง 1 mg ระดับของ THYMOSIN BETA 4 ก็จะเพิ่มขึ้น 30 - 50 เท่า แล้วมันก็ไปสั่งการซ่อมทุกส่วน ทำให้กลายเป็นว่า รับการกินโปรตีนอาหารแล้วนำไปใช้ได้มากขึ้นนั่นเอง
แล้วมันคือตัวควบคุมปริมาณกับตัวเร่ง G ACTIN แล้วคุมกระบวนการทั้งหมด ทำให้มันเพิ่มกล้ามได้จริง แล้ว RECOVERY จากการซ้อมได้เร็วมาก เมื่อร่วมกับการกินโปรตีนเยอัะๆ
ทีนี้ถ้าเราไปย้อนดูข้อ 2 , 3 ก็จะพบว่า กินไขมันสูง โปรตีน คาร์บต่ำ กล้ามก็จะขึ้น ดี เพราะเข้าเงื่อนไข อีกอย่างสัตว์ทุกชนิดบนโลก กิน HIGH FAT DIET หมด วัวกินหญ้า เพื่อหมักเอาไขมันและโปรตีน เอากลูโคสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ลิง รวมไปถึง กอริลล่า ก็เช่นกัน
แต่คาร์บจะเข้ามามีบทบาทในการทำ SARCOPLASMIC HYPERTROPHY และในบางบริบท หรือใช้เติมพลังงาน ในกรณีที่ ไขมันหรือโปรตีนไม่พอ หรือกินตามชอบ อันนี้ผมอิงตามชีวเคมีล้วนๆ การทำแบบ HIGH CARB หรือการโหลดคาร์บ จะพูดถึงใน PART ต่อๆ ไป อันนี้เอาพื้นฐานก่อนนะ
Comments